10 กองกลางตัวรับยอดเยี่ยมประจำศึกพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้

กองกลางตัวรับคือตำแหน่งสำคัญที่ทีมฟุตบอลทุกทีมควรจะมีไว้ เพราะเขาจะช่วยแบ่งเบาภาระของกองหลังได้อย่างดี ซึ่งหลายสโมสรก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยการมีนักเตะเหล่านี้อยู่ในทีม ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีรอย คีน,อาร์เซน่อลที่มีปาทริค วิเอร่า หรือ เชลซีที่มีโคล้ด มากาเลเล่อยู่ แม้พวกเขาเหล่านี้จะไม่ใช่นักเตะที่โดดเด่นกว่าใครในทีมเลยก็ตาม

แต่ว่าในช่วงเวลาต่อมาที่บาร์เซโลน่าได้ครองเจ้ายุโรปนั้น พวกเขาได้นำสไตล์การเล่นบีบพื้นที่สูงในแดนคู่แข่ง ทำให้นักเตะของพวกเขาต้องมีทักษะอันหลากหลายมากกว่าเมื่อก่อนเป็นเท่าตัว พวกตัวรุกก็ต้องจำเป็นต้องมีความสามารถในการเล่นเกมรับยามจำเป็น ส่วนตัวรับก็จำเป็นต่อขึ้นเกมจากแนวลึกได้

และเหตุนี้ทำให้ฟุตบอลสมัยใหม่นิยามตำแหน่ง กองกลางตัวรับ ได้ยากมากขึ้น เพราะนอกจากจะต้องคอยตัดเกมและแย่งบอลจากฝ่ายตรงข้ามแล้ว ต้องมีความสามารถในการจ่ายหรือพาบอลขึ้นไปในแดนหน้าด้วย แต่แฟนบอลก็เริ่มให้ความสนใจกับนักเตะในตำแหน่งนี้มากขึ้นเป็นเท่าตัว

และหากจะมองหากองกลางตัวรับที่โดดเด่นกว่าที่ไหนๆก็คงจะหนีไม่พ้น ศึกพรีเมียร์ ลีก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นลีกที่มีอัตราความมันและดุเดือดสูงที่สุดในโลก ทาง GAMEOVER จึงขอจัดอันดับ 10 กองกลางตัวรับที่โดดเด่นที่สุดในลีกสูงสุดของแดนผู้ดี ณ ตอนนี้กัน

 

10.ลูก้า มิลิโวเยวิช (คริสตัล พาเลซ)

กัปตันทีมปราสาทเรือนแก้วเป็นจอมสังหารจุดโทษเบอร์หนึ่งในทีม ซึ่งยิงไปแล้ว 6 ลูกในฤดูกาลนี้ แต่ฟอร์มการเล่นเกมรับหน้าคู่ปราการหลังก็ยังทำได้ดีสม่ำเสมอในยุคที่รอย ฮอดจ์สัน คุมทีมอยู่

เดอะ อิเกิลส์ เก็บคลีนชีทได้ถึง 8 จาก 21 เกมในลีก ทำให้พวกเขาทำแต้มทิ้งห่างโซนตกชั้นมาพอสมควร ต้องขอบคุณแข้งชาวเซิร์บคนนี้จริงๆที่ทำให้ทีมเป็นแบบนี้

โดยเขามีค่าเฉลี่ยการเข้าปะทะ 2.5 ครั้ง, แย่งบอล 1.9 ครั้ง และ สกัดลูก 1.7 ครั้งต่อเกม รวมถึงจ่ายบอล 55 ครั้งใน 90 นาทีด้วย

 

9.วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)

ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียได้รับคำชื่นชมจากแฟนบอลทั่วสารทิศ หลังคอยเก็บกวาดเกมรุกของคู่แข่ง และสร้างชื่อให้ตัวเองกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมจิ้งจอกในฤดูกาลนี้

ความดุดันในการเข้าปะทะ,การเล่นลูกกลางอากศได้ดี และความว่องไว ช่วยให้ทีมอุ่นใจมากยามที่มี เอ็นดีดี้ คอยยืนปักหลังกอยู่ตรงกลางสนาม

ค่าเฉลี่ยการเข้าปะทะ 3.2 ครั้ง, แย่งบอล 2 ครั้ง และ สกัดลูก 2.4 ครั้งต่อเกม ก็ยอดเยี่ยมมากๆแล้ว แต่เปอร์เซนต์การจ่ายบอลแม่นยำถึง 76 เปอร์เซนต์ ทำให้เขายอดเยี่ยมขึ้นไปอีก

 

8.ลูคัส ตอร์เรย์ร่า (อาร์เซน่อล)

ทันทีที่แข้งร่างเล็กจากอุรุกวัยได้ย้ายมาถิ่น เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาก็กลายเป็นที่รักของเหล่ากูนเนอร์ส์อย่างรวดเร็ว

เงินที่ปืนใหญ่เสียไปกับการกระชากตัว ลูคัส ตอร์เรย์ร่า ดูจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไป ซึ่งในตอนนี้เขาก็ยังเป็นแข้งตัวหลักของอูไน เอเมอรี่อยู่

โดยรวมถือว่าตอร์เรย์ร่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลขึ้นไปในแดนคู่แข่ง รวมถึงเข้าสกัดที่หนักแน่น แต่แม่นยำ ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในอันดับ 8 ของเรา

 

7.รูเบน เนเวส (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

ดาวแตะแดนฝอยทองถือเป็นหนึ่งในกองกลางที่เล่นได้มีสไตล์สุดๆในลิสต์นี้ ซึ่งจริงๆแล้วเขาทำผลงานได้น่าประทับใจตั้งแต่พาวูล์ฟเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกแล้วล่ะ

แต่ในปีนี้เขาเพิ่มเติมวิธีการเล่นเข้ามาใหม่ โดยรับหน้าเข้าปะทะคู่แข่งร่วมกับ เจา มูตินโญ่ ไอดอลของเขา หลังจากปีที่แล้วงานตัดขาคู่แข่งมักจะตกเป็นของ โรมัน ไซส์ ซะส่วนใหญ่

แต่การจ่ายบอลยาวในเกมสวนกลับของเขาก็ยังไม่หายไปไหน และถึงแม้กองกลางวัย 21 ปีจะไม่มีร่างกายสูงใหญ่อะไรนัก แต่ค่าเฉลี่ยของการเข้าปะทะ 2.3 ครั้ง, แย่งบอล 2.2 ครั้ง และ ตัดฟาวล์ 1 ครั้งต่อเกม บ่งบอกว่าในการเกมรับเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้ใคร

 

6.ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)

แม้ว่าช่วงแรกๆ ฟาบินโญ่จะไม่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัดใหม่เลยจนถึงเดือนตุลาคม แต่ 12 เกมล่าสุดเขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 8 เกมจาก 12 นัดล่าสุด

ในตอนนี้เงิน 44 ล้านปอนด์ที่เสียไปดูจะค่อยๆแสดงให้เห็นแล้ว นอกจากกองกลางชาวแซมบ้าจะอ่านเกมได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ยังวางบอลได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพพอตัว เห็นได้จากนัดที่ลิเวอร์พูลเอาชนะ อาร์เซน่อลหรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ในเกมที่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแฟนหงส์หลายคนต่างออกปากชื่นชมว่าเขาดูมีประโยชน์มากกว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมซะอีก

เช่นเดียวกับตอร์เรย์ร่า กลางรับวัย 25 ปี สามารถก้าวขึ้นไปเป็นระดับท็อปได้ในพรีเมียร์ลีก และมีโอกาสไม่น้อยที่จะช่วยให้หงส์แดงคว้าแชมป์ลีก เพียงแต่เขาต้องทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์มั่นใจซะก่อนว่ามีดีกว่าเฮนโด้จริงๆ

 

5.ดีแคลน ไรซ์ (เวสต์แฮม)

กองกลางวัย 19 ปีได้ขยายสัญญาใหม่กับขุนค้อนไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะอยู่ยาวกับทีมจนถึงปี 2024 หลังช่วยให้ทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในฤดูกาลนี้

แม้ มานูเอล เปเยกรินี่ ไม่มีแผนว่าจะสร้างทีมด้วยผู้เล่นดาวรุ่งในปีนี้ แต่ไรซ์ก็ทำให้เห็นเขาคู่ควรกับตำแหน่งนี้ในทีมมากแค่ไหน โดยมีสถิติต่างๆมายืนยันได้

ไรซ์มีค่าเฉลี่ยการเข้าปะทะ 2.4 ครั้ง, แย่งบอล 1.4 ครั้ง และ สกัดลูก 1.9 ครั้งต่อเกม แถมยังจ่ายบอลแม่นยำสูงถึง 86 เปอร์เซนต์ใน 90 นาที ไม่แปลกใจว่าทำไมตอนนี้ทีมชาติอังกฤษและไอร์แลนด์ต่างแย่งตัวเขาเพื่อการเล่นในระดับทีมชาติ

 

4.จอร์จินโญ่ (เชลซี)

กองกลางแดนมักกะโรนีย้ายมาจากนาโปลีเพื่อมาเล่นให้เชลซีในปีนี้เป็นปีแรก และเขาก็บัญชาเกมในแดนกลางได้อย่างเรียบร้อยและดูลงตัวไปหมด

จุดเด่นของจอร์จินโญ่คือการจ่ายบอลที่แม่นยำและหวังผลได้ (ความแม่นยำในการจ่ายบอล 90 เปอร์เซนต์ต่อเกม) ขณะเดียวกัน การทำหน้าที่เกมรับของเขาก็ไม่ได้ขี้เหร่เลย โดยมีค่าเฉลี่ยการเข้าปะทะ 1.7 ครั้ง, แย่งบอล 1.1 ครั้ง และ สกัดลูก 1.1 ครั้งต่อเกม จริงๆต้องบอกว่าดูดีด้วยซ้ำ

กองกลางวัย 27 ปี ดูจะปรับตัวในลีกใหม่ได้อย่างรวดเร็วไปพร้อมๆกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่ของเขาทั้งตอนอยู่ที่อิตาลี และ เชลซีในปัจจุบัน

 

3.เอ็นโกโล่ กองเต้ (เชลซี)

ปีนี้ เอ็นโกโล่ กองเต้ โดนโยกย้ายจากเล่นเป็นกองกลางที่ยืนต่ำที่สุด มายืนทางด้านขวาแทน ภายการกุมบังเหียนของซาร์รี่

แต่หน้าที่หลักของดาวเตะเลือดน้ำหอมก็ยังเป็นการแย่งบอลและตัดเกมคู่แข่งเหมือนเดิม แค่ไม่ได้ยืนต่ำเหมือนเมื่อก่อน และสถิติต่างๆในแต่ละเกมก็บ่งบอกเหตุผลสำคัญว่าทำไมสิงห์บลูถึงสามารถกลับมาครองบอลได้อย่างรวดเร็วและเหนือกว่าอีกทีมคู่แข่งอย่างมาก

แม้การปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเขาให้เป็นนี้ อาจจะทำให้เชลซีดึงศักยภาพของกองเต้ออกมาใช้ไม่ได้ทั้งหมด แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรขนาดนั้นนี่นา

 

2.จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (ลิเวอร์พูล)

ทันทีที่หงส์แดงคว้าตัว ฟาบินโญ๋ และ นาบี เกอิต้า มาร่วมทีม หลายคนเชื่อว่าคงถึงเวลาที่กองกลางชาวดัชต์ต้องไปอยู่บนม้านั่งสำรองยาวๆในฤดูกาลนี้แน่นอน

แต่โชคดีที่กองกลางหน้าใหม่ทั้งสองยังไม่ฟิตสมบูรณ์ในช่วงแรก และ ไวจ์นัลดุมก็คว้าโอกาสทองนั้นเอาไว้ โดยทำหน้าที่ในบทบาทหมายเลข 6 และ หมายเลข 8 ได้อย่างไม่มีที่ติ สถิติค่าเฉลี่ยการเข้าปะทะ 1.1 ครั้ง, แย่งบอล 0.5 ครั้ง และ สกัดลูก 0.7 ครั้งต่อเกมของเขาก็สุดยอดอยู่แล้ว แต่การทำให้คู่แข่งเสียบอลได้  5.8 ครั้งต่อเกม ทำให้จินี่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเล่นให้ทีมแบบลิเวอร์พูล

นอกจากนี้ยังจ่ายยอลได้แม่นยำถึง 91 เปอร์เซนต์ต่อเกม (จากการจ่ายบอลเฉลี่ย 51.5 ครั้งต่อเกม และจ่ายบอลขึ้นหน้า 7.86 ครั้งต่อเกม) ไม่แปลกใจว่าทำไมยอดทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ถึงบินสูงอยู่ในฤดูกาลนี้

 

1.แฟร์นานดินโญ่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แฟร์นานดินโญ่ถือเป็นนักเตะคนสำคัญที่ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเรือใบสีฟ้า ต้องการให้ลงเล่นมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ โดยกองกลางชาวบราซิลพลาดการลงสนามไปแค่ 2 เกมเท่านั้นในปีนี้ ซึ่ง 2 นัดที่ไม่ได้ลงเล่นนั้นส่งผลให้ทีมแพ้ทั้ง 2 นัด

อดีตกองกลางจากชัคตาร์ โดเนส์ก เป็นกระดูกสันหลังของทีมอย่างแท้จริง และส่งผลต่อการป้องกันแชมป์ของแมนฯซิตี้โดยตรง การจ่ายบอลนั้นเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ขณะที่เกมรับที่เป็นจุดแข็งของเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะ แย่งบอล หรือสกัดบอล เขาก็ทำได้ตามมาตรฐาน แถมยังแย่งบอลจากคู่แข่งได้เป็นอันดับหนึ่งในทีมด้วย

ฟอร์มของเขาในการหยุดเกมรุกของผู้เล่นลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมแมนซิตี้ถึงคว้า 3 แต้มไปครองได้ รวมถึงพิสูจน์ว่าทำไมเขาถึงเป็นอันดับหนึ่งในลิสต์จัดอันดับของเราด้วย