ไม่ได้ง่ายเหมือนเตะเอง!! 10 ยอดแข้ง ผันตัวคุมทีมเจ๊ง

เธียร์รี่ อองรี ตำนานดาวยิงปืนโต เป็นยอดแข้งรายล่าสุดที่ผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีมแต่ก็ไม่รุ่ง เพราะโมนาโก ที่อองรีตัดสินใจไปคุมทัพ ได้ประกาศปลดเขาออกจากตำแหน่งอย่างรวดเร็ว หลังคุมทัพไปเพียงแค่ 20นัด ซึ่งเจ้าตัวเก็บชัยไปได้ทั้งหมด 5นัด รวมทุกรายการ แถมในลีกโมนาโกก็ร่วงไปอยู่ตำแหน่งรองบ๊วย และเสี่ยงตกชั้นแบบสุดๆ ซึ่งดูเหมือนว่าฝีเท้าในตอนเป็นนักเตะ กับฝีมือการคุมทีม จะสวนทางกันแบบคนละเรื่องเลยทีเดียว

วันนี้ทีมงาน GAMEOVER จะพาไปดูเหล่ายอดแข้งที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม แต่ฝีมือคุมทีม กลับสวนทางกับฝีเท้าตอนเป็นนักเตะ

 

นิโกล่า อเนลก้า (มุมไบ ซิตี้)

ยอดแข้งพเนจรที่เดินทางกวาดความสำเร็จมามากมายกับทั้งหมด 12สโมสร ใน7ประเทศ ก่อนที่ในบันปลายจะมาค้าแข้งอยู่ใน อินเดีย ซุปเปอร์ลีก กับมุมไบซิตี้ในปี 2014 โดยในปีถัดมา เขาก็ได้ควบตำแหน่งเป็นกุนซือของทีมอีกด้วย

แต่ระยะการคุมทีมของเขาก็ไม่ได้ยืนยาวนัก เพราะภายใน 4เดือน เจ้าตัวก็ต้องยุติการคุมทีมไป เพราะผลงานที่ย่ำแย่ แถมยังมีข่าวการทะเลาะกับนักเตะภายในทีม รวมถึงสต๊าฟของทีมอีกด้วย

 

แกรี่ เนวิลล์ (บาเลนเซีย)

ตำนานแข้ง คลาส ออฟ 92 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เดินทางกวาดแชมป์ และความสำเร็จไปมากมายกับทัพปีศาจแดง แถมยังได้ชื่อว่าเป็นวันแมนคลับ โดยเขาลงรับใช้ทีมไปถึง 602นัด ตลอดการค้าแข้งกับแมนยู

ซึ่งในปี 2015 สโมสรบาเลนเซีย ในศึกลาลีกา สเปน ก็สร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังด้วยการดึงตัว แนวรับผู้ดีรายนี้ไปนั่งแท่นกุนซือ แต่ก็ไม่สามารถทำผลงานให้น่าพอใจเท่ากับตอนเป็นนักเตะ โดยภายใน28เกม เนวิลล์ พาทีม ชนะไป 10 เสมอ 7 แพ้ 11 จนทีมไปกองอยู่ที่อันดับ 14 ห่างโซนตกชั้นเพียง 6แต้มเท่านั้น

 

ฟิลิปโป้ อินซากี้ (เอซี มิลาน)

ตำนานดาวยิงปีศาจแดงดำ ในช่วงปี 2001-2012 ที่มีจุดเด่นด้านสัญชาติญานการทำประตูที่ยอดเยี่ยม ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวแขวนสตั๊ดก็เข้ารับงานเป็นกุนซือของทีมเยาวชนของ เอซี มิลานในปี 2013

โดยในขณะนั้น เอซี มิลาน ประสบปัญหาทั้งด้านผลงานของทีม และเรื่องการเงินของสโมสร ทำให้ทีมไม่ได้มีเงินไปจ้างกุนซือระดับบิ๊กเนมมาได้ จนทำให้ต้องตัดสินใจดึง อินซากี้ ที่ในขณะนั้น คุมทีมเยาวชนอยู่ ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ในปี 2014 แต่ผลงานก็ไม่ได้ดีขึ้น และก็ต้องถูกปลดออกไปในปีถัดมา ก่อนจะไปคุมทีมในระดับเซเรีย บี และปัจจุบันก็ได้กลับมาคุมทีม โบโลญญา ในเวที เซเรียอา อีกครั้ง

 

ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ (บัลเกเรีย)

หนึ่งในนักเตะชุดเทพนิยายของบัลเกเรีย บนศึกฟุตบอลโลกปี 1994 ที่พวกเขาสร้างปาฏิหารทะลุเข้าไปไกลถึงรอบ 4ทีมสุดท้าย ก่อนจะไปพ่ายให้อิตาลี 2-1 แถมสตอยซ์คอฟ ยังได้รับรางวัล โกลเด้นบู้ทด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในขุนพลที่ร่วมงานกับโยฮัน ครัฟฟ์ ที่บาร์เซโลน่า ในช่วง 1990-1998

ต่อมาเมื่อเขาแขวนสตั๊ดไป ก็ได้รับงานคุมทีมเต็มตัวครั้งแรกในศึกฟุตบอลยูโรปี 2004 กับทีมชาติบัลเกเรีย แต่ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังกับการตกรอบแรกแบบแพ้ 3นัดรวด และสุดท้ายดาวยิงบัลเกเรียก็โดนปลดไปในปี 2007 หลังจากนั้น เขาก็ระหกระเหินคุมทีมไปเรื่อยแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนตอนเป็นนักเตะ

 

โรมาริโอ (วาสโก ดา กาม่า)

หนึ่งในนักเตะแซมบ้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกลูกหนัง ที่เดินทางคว้าแชมป์มากมายกับทั้งบาร์เซโลน่า และ พีเอวี รวมถึง แชมป์โลกกับบราซิลในปี 1994 ซึ่งในบั้นปลายของการค้าแข้ง เจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นให้ทีมในบ้านเกิดอย่าง วาสโก ดา กาม่า ในปี 2007 แถมยังรับบทบาทเป็นกุนซือของทีมไปด้วย

แต่อาชีพการค้าแข้งและการคุมทีมก็ต้องมาจบลงเมื่อเขาถูกตรวจพบ สารต้องห้าม นอกจากนี้ตามข่าวลือเหตุผลจริงๆที่ โรมาริโอ ต้องยุติเส้นทางกับ วาสโก ดา กาม่า ก็มาจากการที่เขาเริ่มไม่ลงรอยกับ ยูริโก้ มิรานโด้ ประธานสโมสร และเชื่อว่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ตำนานทัพเซเลเซาอยู่บ้านเก่าไม่ได้  

 

บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (เปรสตัน)

นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ และสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พาทีมประสบความสำเร็จมากมายในขณะที่ค้าแข้งอยู่ จนเมื่อปี 1973 ตำนานปีศาจแดงก็เริ่มงานคุมทัพเป็นครั้งแรกกับ เปรสตัน แต่ผลงานทีมกลับย่ำแย่ จนถึงขั้นที่ว่า เซอร์บ๊อบบี้ ต้องหยิบสตั๊ดมาปัดฝุ่นและลงไปเตะเองในสนาม แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมให้หนีตกชั้นได้ จนในที่สุดเจ้าตัวก็ตัดสินใจอำลาทีมในอีก 2ปีถัดมา และไม่กลับไปจับงานคุมทีมอีกเลย

 

อลัน เชียเรอร์ (นิวคาสเซิล)

หนึ่งในแข้งที่ถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของอังกฤษ และนิวคลาสเซิล ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติ ซึ่งหลังจากแขวนสตั๊ดไป ในปี 2006 เจ้าตัวก็ได้กลับมารับงานคุมทีม นิวคลาสเซิล ในปี 2009 ในฐานะกุนซือชั่วคราว

แต่เหมือนว่าความเก่งกาจด้านฝีเท้า จะไม่ช่วยให้ฝีมือการคุมทีมดีขึ้นไปด้วย เมื่อภายใน 8นัดที่เขาคุม ชนะไปเพียงแค่ 1นัด เสมอ2 และแพ้ไปถึง 5นัด จนสโมสรเลือกเอา คริส ฮิวจ์ตัน เขามาคุมทีมแทน

 

มาร์โก้ แวน บาสเท่น (เนเธอร์แลนด์)

ตำนานดาวยิงอัศวินสีส้ม ที่เป็นหัวใจสำคัญในการคว้าแชมป์ ยูโรคัพปี 1988 รวมถึงในระดับสโมสรเขาก็โด่งดังในฐานะ สามทหารเสือชาวดัตช์ของเอซี มิลาน ทีมจากศึกกัลโช่ ช่วงปี 1987-1995 ซึ่งหลังจากแขวนสตั๊ด เจ้าตัวก็ไม่ได้เริ่มงานคุมทัพทันที

กระทั่งในปี 2004 แวน บาสเท่น ก็ได้เริ่มงานคุมทีมแบบเต็มตัวกับทีมชาติฮอลแลนด์ โดยตำนานดาวยิงก็ได้ประเดิมเวทีใหญ่ๆในฟุตบอลโลกปี 2006 และฟุตบอลยูโรปี 2008 ซึ่งผลก็คือทัพกังหันสีส้ม อกหักทั้ง 2รายการ และเป็น แวน บาสเท่น ที่ต้องรับผลกรรมไปเต็มๆ โดยหลังจากนั้นเขาก็รับงานคุมทีมไปเรื่อยแต่ก็ไม่รุ่ง จนในปัจจุบันก็กลายมาเป็นผู้ช่วยโค้ชในทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกครั้งนึง

 

โทนี่ อดัมส์ (วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส)

ตำนานทัพปืนโต และ หนึ่งในปราการหลังที่แกร่งที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ที่ถือเป็นนักเตะ วันแมนคลับอีกคนนึงของอาร์เซน่อล ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 1983-2002 โดยลงรับใช้ทีมไปกว่า 669นัด แถมมีรูปปั้นของเขาอยู่หน้าสนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยมอีกด้วย

ภายหลังจากการแขวนสตั๊ดไปเพียงปีเดียว ในปี 2003 ตำนานสิงโตคำราม ก็ไปรับงานคุมทีม วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ในเวทีลีกวัน แต่ก็อยู่ได้เพียงปีเดียว เนื่องจากผลงานอันย่ำแย่ หลังจากนั้นก็ระหกระเหินคุมทีมไปเรื่อย แต่ก็อยู่ได้เพียงปีเดียวทุกที่ แถมยังเป็นทีมระดับล่างทั้งหมดอีกด้วย เรียกว่าเป็นความล้มเหลวในการคุมทีมอย่างเห็นได้ชัด

 

ดิเอโก้ มาราโดน่า (อาร์เจนติน่า)

สุดยอดแข้งฟ้าขาวที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับในฝีเท้า ถึงแม้จะมีเรื่องราวฉาวโฉ่อยู่บ้าง แต่ก็ยังถือเป็นยอดแข้งในตำนานลูกหนังโลกอยู่ดี ส่วนในระดับสโมสรเขาก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของนาโปลี ทีมดังจากศึกกัลโช่ ซึ่งในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาก็ได้ย้ายมาอยู่กับโบคา จูเนียร์ พร้อมรับงานคุมทีมอื่นๆควบไปด้วย จนแขวนสตั๊ดไปในปี 1997

หลังจากนั้นในปี 2008 เสือเตี้ยก็ได้นั่งแท่นกุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่ผลงานไม่เป็นแบบฝีเท้าสมัยเป็นนักเตะ จนต้องออกจากตำแหน่งในปี 2010 และเดินทางคุมทีมโน่นทีมนี้ไปเรื่องๆ จนในปัจจุบันก็มาคุมทีม โดราโดส เด ซินาลัว ในลีกแม็กซิโก แต่ก็ยังมีข่าวความหัวร้อนออกมาให้เห็นเรื่อยๆ